2008/Nov/04

     อะไรคือขยันสำหรับคุณพ่อคุณแม่ นู๋ไม่เข้าใจค่ะ นู๋เรียนแทบตาย นู๋ต้องไปเรียนแต่เช้า กลับมาก็ดึกแล้ว ไหนจะต้องทำโครงงาน เพื่ออะไรอ่ะคะ นู๋ไม่เข้าใจคุณพ่อคุณแม่จิงๆ คุณแม่บอกจะสนับสนุนการเรียนนู๋ แต่ ทุกวันพอกลับมาคุณแม่ก็บ่นนู๋อย่างเดียว ว่าขี้เกียจ ทั้งเรียนทั้งโครงงาน คุณแม่ก็บอกเองนี่คะ ว่าให้นู๋ทำทุนเรียนต่อป.โท นู๋ต้องช่วยงานอาจารย์ นู๋ต้องเรียนวิชาปกติที่นู๋ต้องเรียน นอกนั้น นู๋ยังต้องเรียนภาษาเพิ่มอิก ทั้งภาษาศาสตร์ทั้งภาษาอังกฤษ ไหนจะภาษาตะวันตกอีกตั้งหลายภาษา วันนี้นู๋ตื่นมาตอน7โมงครึ่ง คุณแม่ยังว่านู๋ขี้เกียจอีก ทั้งๆที่เมื่อคืนนู๋อ่านหนังสือกับหาข้อมูลวิจัยของอาจารย์ นู๋ตื่นสายแค่นี้ คุณแม่ทำเหมือนกับว่านู๋ทำสิ่งที่มันเลวร้ายมากจนไม่น่าให้อภัย มันเลวมากเลยใช่ไม๊คะ กับการที่นู๋ตื่น7โมงครึ่ง กับการที่นู๋กลับมาทำงานบ้านไม่ทัน ไหนว่าคุณแม่สนับสนุนไงคะ นู๋ทำจนถึงขนาดนี้ คุณแม่เอาไปพูดกับคนโน้นคนนี้ได้ว่าเลี้ยงลูกแบบคุณแม่ลูกถึงได้ดี ในขณะที่นู๋ แม้กระทั่งจะรักใครซักคนมันยังกลายเป็นเรื่องที่ผิดมาก แค่ลองถามว่าถ้านู๋มีแฟนคุณแม่จะว่าไม๊ แต่คุณแม่บอกนู๋ว่าถ้าอยากมีผัวก็เลิกเรียน

     นู๋กลับมาไม่ทันทำงานบ้าน เช้าก็ต้องออกไปมหาลัยก็ว่านู๋ขี้เกียจไม่รุ้จักแบ่งเบาภาระ แล้วสิ่งที่คุณแม่เอามาเทใส่นู๋ล่ะคะ ขนาดหลับ นู๋ยังฝันว่าอ่านหนังสือเลย ยังว่านู๋ไม่ใส่ใจเรียน นู๋ทั้งเรียน ทั้งทำโครงงานให้ภาควิชาจนเป็นที่1ของอาจารย์ แต่ต้องแลกกับความเป็นตัวนู๋เอง นู๋เรียนเพื่อให้คุณแม่บอกว่า ลูกคุณแม่เลี้ยงมาเก่งกว่าลูกคนอื่น นู๋ไม่มีแฟน เพื่อนที่คุณแม่จะพูดได้ว่าลูกคุณแม่ไม่เสียไม่เหลวไหล ไม่บ้าผุ้ชายเหมือนลูกคนอื่น นู๋ต้องรับผิดชอบโครงงานจากอาจารย์ มันเกินกำลังที่นู๋จะทำได้ แต่ก็ต้องทำ เพราะไม่มีอะไรที่ลูกคุณแม่ทำไม่ได้ แค่วิชาสอบที่คนอื่นคาดหวังแค่ผ่าน แต่ลูกคุณแม่คนนี้ต้องทำให้ได้ดีที่สุด ห้ามทำแค่ผ่าน

     กลับมาคุณแม่ก็บ่นไม่พอใจ งานบ้านไม่ทำ ไม่สนใจเรียน แล้วตำราที่มันแทบจะถล่มทับนู๋ตายมันคืออะไรคะ ทำไมน้องเกเรคุณแม่ไม่ว่า น้องไปเที่ยวได้ แต่นู๋ทำไม่ได้ น้องซิ่วแล้วซิ่วอีก ในขณะที่นู๋พลาดซิ่วแค่ครั้งเดียว แต่นู๋ต้องชดใช้ความผิดพลาดครั้งนั้นตลอดชีวิตหรอคะ ทุกครั้งที่คุณแม่อารมณ์ไม่ดี ต้องขุดเรื่องนั้นมาด่าว่านู๋ แต่พออยุ่กับคนอื่น คุณแม่ก็บอกว่าที่แล้วมาให้แล้วไป ไม่ต้องเก็บเอาไปคิด อาจารย์ก็เข้าใจว่าคุณแม่สนับสนุนการเรียนนู๋มาก ทั้งๆที่ทั้งหมดนู๋ทำมาด้วยตัวนู๋เอง นู๋เหนื่อยแล้วนะคะ นู๋ไม่ไหวแล้ว ที่เรื่องเรียน ทั่งที่บ้าน ไม่มีอะไรทำให้นู๋มีความสุขเลย ไม่มีความสบายใจ หันไปทางไหนก็เจอแต่เรื่องเครียด เวลาอยุ่ที่บ้าน นู๋ไม่เคยรู้สึกรีแล็กซ์เลย แค่ขอไปดูหนัง ยังโดนว่า นู๋ทำอะไรได้บ้างคะ

     ถ้านู๋ตายไป อาจจะสบายกว่านี้ นู๋อาจจะไม่ทรมานใจขนาดนี้

2008/Oct/21

ฉลามขาวสุดยอดปลานักล่า มีอายุยืนถึง 100 ปี มีฟัน 3000 ซี่  ความน่ากลัวของฉลามขาวมีอยู่ในความคิดของมนุษย์ มานับตั้งแต่มนุษย์รู้จักท้องทะเลก็ว่าได้ ในสมัยดึกดำบรรพ์ ชาวเกาะหลายเผ่า นับถือปลาฉลามในฐานะตัวแทนเทพเจ้าแห่งท้องทะเล ในหมู่เกาะฮาวาย เจ้าผู้ครองเกาะในสมัยโบราณนิยม ให้นักรบของตนทดสอบความกล้าหาญ โดยการต่อสู้กับปลาฉลาม คล้ายๆ กับที่จักรพรรดิโรมันนิยมให้ทาสมาต่อสู้กับสิงโตในสังเวียนโคลอสเซียม ว่ากันว่าฉลามขาวสืบทอดเผ่าพันธุ์มาจากปลากระดูกอ่อนยุคดึกดำบรรพ์ โดยมีบรรพบุรุษร่วมกับกับปลาฉนาก ปลาโรนัน และปลากระเบน 
         
          โดยปกติฉลามขาวมักจะโจมตีเหยื่อที่อยู่บริเวณผิวน้ำ และนี่เองเป็นสาเหตุที่ปลาฉลามขาวโจมตีมนุษย์ที่ว่ายน้ำอยู่ เนื่องจากการเคลื่อนไหวของมนุษย์บนผิวน้ำนั้น ทำให้พวกมันเข้าใจว่าเป็นสิงโตทะเลอาหารหลักของมัน ทุกครั้งที่ฉลามขาวกัดเหยื่อ มันจะปกป้องดวงตาของมันโดยการกลับลูกตาไว้ด้านใน ทำให้เห็นลูกตาเป็นสีดำ ฉลามขาวมีประสาทรับกลิ่นที่ไวมาก ทันทีที่ได้กลิ่นคาวเลือด พวกมันจะมา และโจมตีเหยื่อซึ่งไม่เว้นแม้กระทั่งพวกเดียวกันที่บาดเจ็บ

14 ข้อเท็จจริงจากเหล่าฉลาม

บีบีซีนิวส์ - เหล่าฉลามกลับมาเป็นข่าวฮือฮาชวนสยองตามหน้าหนังสือพิมพ์ บนจอโทรทัศน์และตามสื่อต่างๆ อีกครั้ง หลังจากที่พวกมันเข้าจู่โจมทำร้ายเหยื่อที่หวังมาพักผ่อนบนชายฝั่งด้านตะวันออกของสหรัฐฯ เมื่อสองสามสัปดาห์ก่อน จนใครต่อใครพากันหวาดผวาไปด้วย ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านทะเลออกมาแสดงความเห็นว่าสื่อได้แต่เสนอภาพความโหดร้ายของมันเพียงด้านเดียว
       
        สำนักข่าวบีบีซีจึงได้พยายามสืบเสาะข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหล่าเพชฌฆาตแห่งท้องทะเล ซึ่งนอกจากจะทำให้รู้จักมันดีขึ้นบ้างแล้ว ยังอาจจะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงจากการตกเป็นเหยื่อของมันได้
       
        1. ในแต่ละปีจะมีเหตุฉลามทำร้ายผู้คนระหว่าง 70-100 ครั้ง ทำให้มีคนเสียชีวิตตั้งแต่ 5-15 คน ในปี 2000 มีผู้ที่เสียชีวิตเพราะโดนมันบุกเข้าทำราย 10 คน ขณะที่ในปีที่แล้วมีรายงานว่าเกิดเหตุฉลามเข้าทำร้ายคน 109 ครั้ง ซึ่งเป็นตัวเลขสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา
       
        ทั้งนี้ ตัวเลขฉลามทำร้ายคนในแต่ละปีเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ แฟ้มบักทึกสถิติการทำร้ายจากฉลามระบุว่า ในทศวรรษ 1990 มีถึง 536 ครั้ง นับว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ขณะที่จำนวนคนถูกฉลามทำร้ายเพิ่มมากขึ้น ในเวลาเดียวกันจำนวนคนที่เล่นน้ำทะเลก็เพิ่มมากขึ้นด้วย จึงไม่น่าแปลกที่สัดส่วนการทำร้ายของฉลามต่อจำนวนประชากรไม่ได้เพิ่มขึ้น
       
        2. แม้ว่าจะหวาดหวั่นและระวังกับการโดนฉลามทำร้าย แต่คุณก็มีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตเพราะถูกฟ้าผ่ามากกว่าถึง 30 เท่า
       
        3 ฉลามขนาดใหญ่ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์อะไร (ลำตัวยาว 2 เมตร หรือมากกว่า) ก็ล้วนแล้วแต่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ได้ทั้งนั้น แต่ฉลามจอมดุซึ่งตามธรรมชาติจะเข้าทำร้ายมนุษย์ มี 3 ชนิดได้แก่ ฉลามขาว (Great white shark ) ฉลามเสือ (Tiger shark) และฉลามวัว (Bull shark) ซึ่งมีขนาดใหญ่ เมื่อตัวโตเต็มที่จะมีขนาดใหญ่กว่าคน โชคดีที่ในท้องทะเลของไทยเรามีรายงานการพบเฉพาะฉลามเสือเท่านั้น ซึ่งก็หาดูได้ยากมากในปัจจุบัน (ยังไม่เคยมีข่าวใครเคยถูกฉลามเสือทำร้ายเลยแม้แต่ครั้งเดียวในท้องทะเลไทย)
       
        4. ฉลามขาวนั้นถือว่าน่าเกรงขามที่สุด พวกเราคงพอจะรับรู้ถึงความดุร้ายของมันดีจากหนังเรื่อง Jaws ตามสถิติพบว่านักประดาน้ำที่โดนฉลามทำร้ายนั้นเป็นฝีมือจากคมเขี้ยวของฉลามขาวร้อยละ 43 และเจ้าฉลามพันธุ์นี้เคยออกฤทธิ์ทำร้ายคนมาแล้ว 348 ครั้งในทั่วโลก นับตั้งเริ่มมีการบันทึกในปี 1580
       
       5. และเจ้าฉลามขาวที่ว่านี้มีขนาดใหญ่ที่สุดถึง 6 เมตร แต่เคยมีรายงานที่ไม่ได้รับการยืนยันว่าชาวประมงชาวออสซี่เคยจับฉลามขาวขนาด 7 เมตรได้เมื่อปี 1987
       
        6. แต่รู้หรือไม่ว่าที่ดุร้ายไปกว่านั้นคือเจ้าเมกาโลดอน (Megalodon) ซึ่งเป็นฉลามยุคก่อนประวัติศาสตร์ มันเป็นต้นตระกูลของฉลามขาว จึงเชื่อได้ว่ามีความดุร้ายพอกัน มีขนาดยาวถึงประมาณ 30 เมตร เท่ากับความสูงของตึก 8 ชั้น หรือเท่ากับขนาดวาฬสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นสัตว์ใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน เฉพาะเขี้ยวของเมกาโลดอน นักวิทยาศาสตร์พบว่ายาวประมาณ 25 เซนติเมตร โอว...โชคดีที่มันสูญพันธุ์ไปเมื่อประมาณ 15 ล้านปีก่อน
       
        7. Jaws สร้างขึ้นโดยมีเค้าเรื่องจากนวนิยายของปีเตอร์ เบนช์ลีย์ ซึ่งก็มีข้อมูลมาจากเรื่องจริง ซึ่งเขาได้แรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์ที่ฉลามขาวทำร้ายคนอย่างต่อเนื่องหลายครั้งนอกชายฝั่งของมลรัฐนิวเจอร์ซีย์ในสหรัฐฯ เมื่อปี 1916 ซึ่งก่อนที่จะจับเจ้าฉลามขนาด 2.5 เมตรตัวนี้ได้ก็มีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 4 ราย
       
        8.การเข้าทำร้ายคนส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นบริเวณผืนน้ำใกล้กับชายฝั่ง บริเวณสันทรายเป็นพื้นที่เสียงเป็นพิเศษเพราะฉลามจะมารวมตัวกันเพื่อกินอาหาร เมื่อลงไปเล่นน้ำ เราสามารถลดความเสี่ยงที่ในการตกเป็นเหยื่อของฉลามได้โดยการรวมกันเป็นกลุ่มเข้าไว้ อย่าสวมเครื่องประดับเพราะฉลามจะเข้าใจว่าเป็นปลา รวมทั้งอย่าไปว่ายน้ำเล่นกลางคืนด้วย
       
        9. ฉลามขาว ฉลามเสือและฉลามวัวมักจะเป็นตัวการของการทำร้ายคน แต่ฉลามนั้นก็ไม่ได้เป็นเจ้าวายร้ายไปเสียหมด เพราะในบรรดาหมู่พี่น้องที่จัดอยู่ในกลุ่มฉลามราว 300 กว่าชนิดนั้น มีฉลามที่อาจจะเป็นอันตรายต่อมนุษย์เพียงราว 20 ชนิดเท่านั้น ฉลามเหล่านี้จะกินปลาที่เล็กกว่าตัวเอง และสัตว์ทะเลอื่นๆ เป็นอาหาร เช่น ฉลามอาบแดด (Basking shark) ซึ่งพบได้ในทะเลของอังกฤษ พวกมันจะกินกุ้ง และแพลงก์ตอนและไม่เป็นอันตราย
       
        10. ผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บบนผืนแผ่นดินขณะเดินทางไป-มาระหว่างชายหาดต่างๆ มีมากกว่าจากเพราะเจ้าฉลาม ซึ่งพวกเขาอาจจะได้เผชิญหน้ากับมันเมื่อไปยังทะเล
       
        11. ในปี 1945 เรืออินดิแอนาโปลิสของสหรัฐฯ จมลงในมหาสมุทรแปซิฟิกด้วยฝีมือของชาวญี่ปุ่น มีคนจมไปพร้อมกับเรือ 900 คน แต่รอดชีวิตมาได้ 317 คนเท่านั้น หลังจากต้องผจญกับหมู่ฉลามเป็นเวลา 5 วัน
       
        12. ผึ้ง ต่อ และงูเป็นสาเหตุของการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตในแต่ละปีมากกว่าเพราะฉลามเสียอีก
       
        13. ฉลามขาวเป็นสัตว์คุ้มครองในแอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย และมลรัฐแคลิฟอร์เนีย จำนวนของพวกมันลดลงมากเพราะการล่าเอาครีบไปทำหูฉลาม ตามสูตรของชาวเอเชีย
       
        14. ในแต่ละปีมนุษย์ฆ่าฉลามไปประมาณ 25 ล้านตัว ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการค้า(เนื้อหรือครีบ) หรือเพราะการกีฬาโดยเฉพาะ
       
       ดูจากข้อเท็จจริงแล้ว ไม่ว่าฉลามจะดุร้ายขนาดไหนก็ตกเป็นเหยื่อของคนมากกว่าที่คนจะตกเป็นเหยื่อของมันนะเนี่ย

ข้อมูลจาก โดย ผู้จัดการออนไลน์

ข้อมูลเพิ่มเติมที่  http://se-ed.net/wildfriend/longstory/whiteshark/whiteshark.html

 

edit @ 21 Oct 2008 22:09:10 by [-น้ำส้ม-]